Kyoto~ I wish I could spend more time with you

อยู่ญี่ปุ่นวันสุดท้ายแล้ว ตื่นแต่เช้า เก็บข้าวของ ลงมาเช็คเอาท์

วันนี้จะไปเที่ยวเกียวโตก่อนกลับค่ะ ตอนแรกจะลากกระเป๋าไปฝากที่ล๊อกเกอร์ที่สถานี

แต่ล๊อกเกอร์ที่สถานีใส่กระเป๋าไม่ได้(ใหญ่เกิน) สุดท้ายเลยตัดสินใจฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม

 

ขณะนี้เวลา 6 นาฬิกา 57 นาที เรามาถึงสถานี Namba แล้วค่ะ

จะไปเที่ยวเกียวโต ต้องต่อรถถึงสามสถานี JR Namba >> Imamiya >> Osaka >> Shin-Osaka

แล้วนั่งชินคันเซ็นไปลงที่สถานี Kyoto ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีค่ะ

 

พอลงที่สถานีเกียวโตแล้ว ไปซื้อตั๋ว City Bus One-day pass ได้ที่หน้าอาคารสถานีค่ะ

ค่าตั๋วคนละ 500 เยน ขึ้นเกิน 3 เที่ยวก็คุ้มแล้วค่ะ

วันนี้ตั้งเวลาไว้ ออกจากเกียวโตช้าสุดไม่เกินเที่ยง เพราะต้องขึ้นเครื่องรอบ 4:45 PM

ที่จริงอยากไปหลายวัดมากๆ แต่ต้องตัดออก เหลือแค่ Kiyomizu และ Ginkakuji

 

จากสถานีเกียวโต ไปวัด Kiyomizu นั่ง City Bus สาย 100 หรือ 206 ก็ได้ค่ะ ลงที่ป้าย Gojyo-zaka ใช้เวลาประมาณ 13 นาที

 

ลงรถบัสแล้วต้องเดินต่อเข้าไปอีกหน่อย

 

มีร้านขายของฝากตลอดสองข้างทาง แต่เราไปเช้ามาก ร้านส่วนใหญ่เลยยังไม่เปิด

 

ถึงแล้ว~

ไปเดินดูบรรยากาศรอบๆวัดด้วยกันเลย ^^

 

ขึ้นมาถึงด้านบน ก่อนเข้าไปข้างในต้องซื้อตั๋วก่อนค่ะ

 

อันนี้จำไม่ได้ว่าถ้ายกขึ้นแล้วจะเป็นยังไง แต่… ยกไม่ขึ้นค่ะ 55555

ส่วนเสาเล็กข้างๆ ใช้สองมือยังแทบยกไม่ขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ใช้มือข้างเดียวยกสบายๆเลย

 

เดินตามทางเดินไปเรื่อยๆจะอ้อมกลับมาที่ด้านล่างของวัด

 

ต่อแถวล้างมือก่อนเข้าวัด

 

ออกมาแล้วค่ะ ขากลับร้านเริ่มเปิดเยอะแล้ว

 

ที่เกียวโตเป็นเมืองต้นกำเนิดพิธีชงชาของญี่ปุ่น เลยมีชาเขียวขายเยอะมาก

จะซื้อชาเขียวกลับบ้าน เลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว

 

พอออกมาถึงจุดจอดรถบัสที่เดิม ก็โดดขึ้นรถเลยค่ะ
แต่ขึ้นผิดฝั่ง เลยไปสามสี่ป้าย ตัดสินใจลง แล้วตั้งต้นใหม่
 

คนข้างๆมันจะสบายเกินไปแล้ว :P

 

มั่วขึ้นมาใหม่ค่ะ

 

คราวนี้ขึ้นถูกคัน นั่งยาวไป Ginkakuji เลย

 

บนรถจะมีจอบอกตลอดว่าถึงไหนแล้ว ค่ารถเท่าไหร่

เวลาจ่ายเงินก็ใช้สอดบัตร เหมือน bts บ้านเรา

 

ลงรถมาแล้ว เดินต่ออีกไม่ไกลก็ถึงแล้วค่ะ

ก่อนอื่นซื้อตั๋วก่อนเลย

 

เงินไม่พอ 555555 ขออีก 500 Y

ได้ตั๋วแล้ว ลุยย!!!

 

รายการต่อไปนี้ Hi-speed มากค่ะ เดินไป ถ่ายไป ภาพเบลอมั่ง ชัดมั่ง ><“

 

เพิ่งจะรู้ตัวว่ามาผิดวัด เอ๋อตลอด!! นี่คือวัดเงิน (Ginkakuji)

ที่อยากไปคือวัดทอง (Kinkakuji) เป็นศาลากลางน้ำ

แต่ไม่เป็นไรค่ะ สวยเหมือนกัน ^^

 

เดินมาด้วยกันอยู่ดีๆ พี่สาวฉันก็หายไป

เป็นทาง one-way อยู่แล้ว เดินหาข้างหน้าก็ไม่เจอ เธอเดินย้อนศรไปอีกทางแน่ๆ

 

ได้แต่กึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นเขาตามลูกศรไป แล้วกลับมาที่เดิม
 

ยิ่งหายิ่งไม่เจอ โทรศัพท์ก็ใช้ไม่ได้ นี่ก็ใกล้เที่ยงแล้ว  เลยตัดสินใจยืนรอ
 

เธอกลับมาแล้วค่ะ

สุดท้าย ได้พาเดินขึ้นไปดูด้านบนอีกรอบ แล้วก็ออกมา

 

ออกมาปุ๊บก็พุ่งเข้าใส่เลย หิวมาก!!!

 

Blueberry Soft Cream นี่ก็เล็งไว้ตั้งแต่ก่อนขึ้นไป ได้กินจนได้นะ

 

 

ออกมารอรถ เวลาผ่านไปประมาณยี่สิบนาทีรถถึงมา เพราะคันล่าสุดเพิ่งออกไป

นั่งไปหวาดเสียวไป จะทันมั้ยๆๆๆๆ ต้องไปเอาของที่โรงแรมด้วย

 

ถึงสถานี Shin-Osaka ตอน 12:42 ต่อรถอีก 3 สถานี

วิ่ง 3 x 1900 m  จากสถานี Namba ไปโรงแรม แล้วฉุดกระชากลากถูกระเป๋า 26 โล เป้หนึ่งใบ กับลังอีกสองลังกลับไปสถานีเดิม

มีเวลาวิ่งไปกลับไม่เกิน 25 นาทีจะไม่ตกรถ ถ้าตกรถรอบนี้จะไปถึงสนามบินแบบฉิวเฉียดมาก

ไปถึงสถานีรถมาพอดี คราวนี้ต่อจาก  Namba >> Tennoji >> Kansai Airport

ถึง Tennoji โดดขึ้น Kansai Airport Rapid Service แบบหอบๆ และงงๆ

ขึ้นรถไฟที่ญี่ปุ่นต้องระวัง เพราะมันแยกร่างได้ ขบวนที่ไปสนามบินก็เหมือนกัน

ถ้านั่งผิดโบกี้ก็แยกไปคนละทางเลย พออ่านแน่ใจแล้วค่อยได้นั่งแบบหายใจทั่วท้องหน่อย

เกือบตกเครื่องซะแล้ว huh!!~

 

 จะได้เห็น Osaka Bay ก่อนถึงสนามบิน

 

ถึงสนามบินก็เช็คอินแล้วเข้ามาเลย ยังพอมีเวลาเข้าห้องน้ำ ซื้อขนมอีกนิดหน่อย

 

4:30 PM แล้ว เกือบไปจริงๆ!! วันนี้เที่ยวแบบรีบมากเลย ไม่ค่อยมีอะไรเล่าให้ฟัง

เน้นวิ่งเป็นหลัก รอบหน้าขอไปซ่อมยาวๆ แบบนี้ไม่เอาแล้ว~

 

ข้าวมื้อแรกของวัน อร่อยน้ำตาไหล~~~~ (T人T)

 

ชอบที่สุดคือไอติม รสพุดดิ้ง รสนี้ไม่มีขายในไทย

 

ข้าน้อยขอตัวลาไปก่อน ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ พบกันใหม่ทริปหน้าค่ะ Bye~~ ^^

 

คลิปเที่ยวของวันนี้ ช่วงท้ายๆมีตอนวิ่งกลับโรงแรมด้วย 5555

 

**ขอบคุณ @Kekkaishi ที่เป็นเพื่อนรว่มทริปที่ดีมากๆ ไปไหนไปกัน กินอะไรกินหมด ไม่มีบ่น ช่วยแบกเสบียง แบกลัง แบกกระเป๋าลงบันได บลา บลา บลา