Osaka castle Nara Yakiniku เอ้ย!! อันสุดท้ายนั่นของกิน ^^”

 

วันนี้ออกจากโรงแรมตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่งค่า เพราะตอนบ่ายเราจะไปเที่ยวที่ Nara ด้วย

ต้องต่อรถไปสถานี Imamiya ตามเคย

สถานี Namba ตอนเช้าๆ

 

เงียบจัง~

 

ที่สถานีเงียบ เพราะคนขึ้นไปอัดอยู่บนรถไฟหมดแล้วค่า 5555

เรามาตอนเค้าไปทำงานพอดี

 

ขึ้น Osaka Loop Line ไปลงที่สถานี Osakajokoen ค่า

ออกจากสถานีมา ให้เลี้ยวขวา เดินเลียบถนนไปจะเห็นสะพาน

เดินข้ามสะพานแล้ว ให้ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามตรงแยกไฟแดงค่ะ

ข้ามถนนมาจะเห็น family mart อยู่ทางขวา ถ้าจะไปปราสาท ข้ามถนนมาฝั่งซ้ายค่ะ

 

ใกล้แปดโมงแล้ว รีบจ้ำๆๆ เข้าบริษัท ^^

ส่วนเราก็จ้ำๆๆๆ ไปหาของกิน โรงแรมไม่มีมื้อเช้าให้

เลยฝากท้องที่ family mart ของกินเพียบ!!!

 

ข้ามจาก family mart มา จะเจอสะพาน

 

ทางขวามือ คือ Osaka-jo Hall

 

ได้ทำเลเหมาะก็ปักหลัก ขอเติมพลังก่อนค่า ^^

 

อาหารกล่องที่ญี่ปุ่นนี่น่ากินเนอะ

 

เจอแมวอ้วน จะย่องเข้าไปถ่ายก็วิ่งหนีซะนี่

ซูมสุดของกล้อง แล้วยังจะมาซูมภาพ แล้วครอปอีกทีนึง 5555

 

ใกล้แล้วๆ ^^

 

เดินเข้าไปใกล้อีกนิด

 

อีกนิด

 

ก่อนเข้าก็ต้องซื้อบัตรก่อนค่ะ

ถ้าใครมีบัตร JR WEST หรือ บัตร One Day Pass สามารถใช้เป็นส่วนลดได้นะคะ

แต่ JR Pass ใช้ไม่ได้น้า :'(

 

= =”

 

ด้านในปราสาทจะมีการเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ค่ะ

 

อันนี้เท่ดี มีฉากหลัง แล้วก็ฉายเป็นตัวละครให้เล่นอยู่หน้าฉาก

 

ตัวปราสาทมีทั้งหมด 8 ชั้นค่ะ

ชั้นสุดท้ายจะขายของที่ระลึก และสามารถเดินออกไปที่ระเบียงเพื่อชมวิวด้านนอกได้

 

อันนี้อยู่ชั้นไหนจำไม่ได้เหมือนกัน เป็นบริเวณให้เช่าชุด แล้วถ่ายภาพค่ะ

 

แลดูเหมือนเหนื่อยมาก

 

พอได้กินไอติมก็หาย *^_____^*

 

รสมะม่วงอร่อย ตอนแรกไม่กล้ากิน กลัวออกมายึ๋ยๆ

แต่เจ้าแชมป์ซื้อมาเลยลองมั่ง เอ้อ อร่อยแฮะ

 

คนนึงนกเข้าหา อีกคนนกหนี 55555

 

เดินไปเจอเจ้าตัวนี้ เลยขอเจ้าของถ่ายรูป

 

เค้าอุ้มใส่กล้องเลย ฮ่าๆๆ

 

วันนี้มีเด็กมาทัศนะศึกษาด้วย เครื่องแบบเหมือนในการ์ตูนเลย

 

จะกลับละน้า~~~

 

ขากลับออกคนทางทางกับตอนมาค่ะ

ออกทางนี้จะเจอสถานี Morinomiya แทน

 

รอรถไป Nara

ตอนแรกใครว๊าาา บอกว่าอยู่นี่ถึงสิบโมง เป็นไงล่ะ ดูนาฬิกาซิ 55555

 

ใช้เวลาประมาณ 35 นาที ก็ถึงสถานี Nara แล้วค่า

สถานที่ท่องเที่ยวสามารถเดินไปได้นะคะ หรือใครอยากนั่งรถบัสก็ได้

ส่วนเราเดินไป อยากเดินถ่ายรูปริมถนนด้วย

เป้าหมายแรกเดินหาร้านข้าวก่อนเลย หิวมากกกกกกกกก

วันนี้ร้านข้าวส่วนใหญ่ปิด

พอเจอร้านที่เปิด ดูเมนูน่ากิน ก็เดินดุ่มๆเข้ามาเลย

 

 

เนื้อฉ่ำสุดๆ ใครชอบเนื้อ ต้องจานนี้เลย ^^

 

อิ่มแล้วก็เดินทางต่อ

มีร้านค้าตลอดสองข้างทางเลยค่ะ

 

ถึงแล้วค่า วัดโคฟุกุจิ

 

ที่เห็นนั่นคือเจดีย์ 5 ชั้นที่สูงเป็นอันดับสองของญี่ปุ่นค่ะ

 

 

เดินทะลุวัดไปอีกนิดเดียวก็จะเจอ Nara National Museum ค่ะ แต่เราไม่ได้เข้าไปดู

 

ที่ต่อไป คือ วัดโทไดจิค่า เลี้ยวซ้ายตามป้ายไปเล้ยย ^^

 

 

ระหว่างทางนี้มีกวางเพียบเลยค่ะ แต่เค้าตัดเขาแล้ว กลัวไปวิ่งชนนั่งท่องเที่ยว

ข้างทางก็จะมีร้านขายขนมเซ็มเบ้ให้กวางด้วยค่า ใครซื้อนะ โดนกวางรุมทุกคน

 

 

ออกจากวัดมาทางเก่า เดินลัดเลาะสวนทางซ้ายมือเข้าไป

จะเจอศาลเจ้า Kasuga Taisha อยู่ด้านในค่ะ

ศาลเจ้านี้เป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญที่สุดของเมืองนาระ

ทุกๆ 20 ปี จะต้องมีการรื้อถอนศาลเจ้าแล้วสร้างใหม่ เพื่อให้สถาปัตยกรรมคงอยู่สู่คนรุ่นต่อๆไป

 

สิ่งที่ศาลเจ้าแห่งนี้แตกต่างจากแห่งอื่นๆ คือ โคมไฟหินที่ตั้งเรียงรายอยู่ระหว่างทาง

โคมไฟนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับนักรบที่เสียชีวิตไป

โดยจะมีเทศกาลโคมไฟรอบๆบริเวณศาลเจ้านี้ ในเดือนกุมภาพันธ์และสิงหาคมของทุกปี

 

เย็นแล้วค่ะ รีบกลับดีกว่า

 

ที่ Namba walk ทำเป็น Gallery ระหว่างทางเดินด้วยนะคะ

 

วันนี้เรากลับมาที่ย่าน Dotonbori อีกครั้งค่ะ

มาเก็บตกของที่ยังไม่ได้ซื้อ+หาของกินด้วย

 

ไปร้านนี้ก่อนเลย

 

เจ้าแชมป์เดินหานาฬิกา ส่วนเราหรอคะ

นี่เลย!! ไอติมชาเขียวของเมจิ

ออกมารอหน้าร้าน เพราะจะกินก่อน 5555

 

วันนี้หนาวมากนะ ยืนกินท้าลมหนาว

แต่มันอร่อยอ่า ทำไมที่ไทยไม่มีขาย โวยวายๆๆ!!

 

คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้วที่จะได้อยู่ญี่ปุ่น

ยังไงวันนี้ก็ต้องกินยากินิคุให้ได้!!!

เข้าไปถามสองร้าน แต่คุยกันไม่รู้เรื่อง

ขอดูเมนูก็งง ก็เลยเดินดูร้านอื่นก่อน

 

เดินหาหลายรอบก็ไม่เจอร้าน เสิร์ชกูเกิล เปิดแม็พ แล้วเดินตามแม็พ

ก็ไม่เจอร้านซะที ผ่านซอยสุดท้ายก่อนออกถนนใหญ่ เจอร้านนึง ดูเมนูหน้าร้านน่ากิน

 

เลยไปถามเค้าว่า buffet รึเปล่า เค้าก็งงๆ เลยให้มาคุยในร้าน

คุยกันนานมาก ขอเวลาเปิดเน็ต เสิร์ชก่อนว่าจะพูดว่าไรดี เน็ตก็มาเต่าอะไรตอนนี้

แต่เค้าน่ารักนะ ถึงจะคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็พยายามจะคุยกับเรา

ไม่ได้หงุดหงิดเลยสักนิด สุดท้ายเปิดเน็ตได้ เลยได้กิน 5555

 

เปิดเมนูมามีแต่ภาษาญี่ปุ่น ไม่มีรูป เลยถามเค้าว่าตรงไหนเนื้อ ตรงไหนหมู ตรงไหนไก่

เค้าก็ชี้ให้ดู ถามก่อนว่าจานใหญ่มั้ย

สุดท้ายเลยสั่ง เอาเนื้อทุกอย่าง หมูทุกอย่าง ไก่ทุกอย่าง ทะเลด้วย

สั่งอะไรไปไม่รู้อะ รู้แต่ว่า หิว!!

พอมาอย่างละจาน ชอบจานไหน เราก็คีบเนื้อตัวอย่างไว้ชิ้นนึง

พอรอบหน้าก็เอาให้ดูว่าขอแบบนี้อีกจาน

 

เนื้อที่นี่กินแล้วฟินมากอ่า ไม่เหนียวเลยสักนิด

 

มีทีวีส่วนตัวให้ดูด้วย

 

อิ่มของคาวแล้วต้องจัดไอติมต่อ

เรากับพี่สาวอิ่มแล้ว ก็กินพอได้ชิม

ส่วนเจ้าแชมป์ จัดเต็ม ห้าถ้วย

 

รอผมก่อน ผมขอกินติมอีกแป๊บนึง 55555

 

เก็บเงินละ หมดไปคนละแปดร้อยกว่าบาท

 

มีสองราคา อันที่แพงกว่าเลือกได้มากกว่า แต่ดูเมนูแล้วมีอันที่อยากกินอยู่ไม่กี่อย่าง

เลยเลือก 2,480

 

ย่านนี้ตอนกลางคืนจะมีคนจรมานอน

เจ่เจ๊ก็เลยเดินกลับโรงแรม ไปเอารองเท้าคู่เก่ามาบริจาค (ขี้เกียจหอบกลับบ้านล่ะเซ่!!)

 

นี่ไง มาพร้อมแมวเลย เตรียมลังมากั้นบังลม

แต่ละคนจะมีลังมาเป็นตั้งๆ กั้นเป็นคอกเลย

 

หนาวๆๆๆๆ

 

มีแต่คนใช้จักรยาน อยากให้บ้านเราเป็นแบบนี้บ้าง

แต่สงสัยจะสุกถึงเกรียมกันหมดก่อน

 

นี่ค่า โรงแรมเรา เพิ่งได้ถ่ายรูปวันก่อนกลับ

 

โฆษณาให้ซะหน่อย ^^

 

สนใจช้านหน่อยยยย~~~

(แบ็ตเครื่องช้านหมด ไม่งั้นช้านไม่ง้อหรอกนะ 5555)

 

แยกย้าย กลับห้องดีกว่า

 

ดูซิวันนี้ได้อะไรติดมือมาบ้าง

สตรอเบอร์รี่ญี่ปุ่น อร่อยมากก!! หวานนุ่มชุ่มฉ่ำ 5555

เนื้อด้านในเป็นสีขาวๆ

 

ป๊อกกี้ชาเขียวกล่องดำ (ต้องกล่องดำนะ) กับ Elise อร่อย รอบหน้าจะตุนกลับบ้านเลย ><"

 

เจาะถุงคิทแคท เอาลมออก กินที่ชะมัด!!

เตรียมแพ็กของลงลัง พรุ่งนี้เช็คเอาท์แต่เช้าค่า

 

วันนี้ส่วนใหญ่ถ่ายแต่ภาพนิ่ง วีดีโอเลยน้อยหน่อยน้า ^^”