Plz don’t be shy, Fujisan

ก๊อกๆๆๆ ก๊อกๆๆๆ เราลืมตาขึ้นมา มองรอบๆห้องยังมืดสนิท

ก๊อกๆๆ เสียงประตูห้องนี่หว่า ใครมาเคาะแต่เช้า

นึกได้ว่าเมื่อคืนนัดกันไว้ว่าใครตื่นก่อนให้มาเคาะห้องปลุกด้วย

เลยลุกไปเปิดประตูแง้มๆ พร้อมกับถามคนข้างนอกด้วยเสียงสะลืมสะลือว่า

“หกโมงแล้วหรอออ…..~~”

“อะไรนุ้ย นี่มันเจ็ดโมงครึ่งแล้ว!!!!”

สมองตื่นตัวทันที “ห๊ะ!! โอเคๆ แป๊บนึงๆ” รีบปิดประตู พร้อมเรียกเจ่เจ๊

 

คนนึงรีบอาบน้ำ อีกคนแปรงฟันรอ

ห้องนี้ดีเหมือนกัน ในห้องนอนจะมีกระจกกับอ่างล้างหน้า

ห้องน้ำกับห้องส้วมแยกกัน เลยสลับกันใช้ได้สบาย

 

ที่วันนี้รีบเพราะว่าจะไปจังหวัดยามานาชิ เพื่อไปชมภูเขาไฟฟูจิค่ะ

แพลนกันไว้ว่าจะออกจากโรงแรมเจ็ดโมง เป็นไงล่ะ เจ็ดโมงยังฝันอยู่เลย 5555555

ออกจากโรงแรมเกือบเก้าโมง เพื่อไปกินข้าวที่โรงแรมเดิม

กว่าจะไปถึงสถานีชินจุกุก็ 9:50 เรามาที่นี่เพราะต้องต่อรถ

ถามเจ้าหน้าที่ว่าจะไปสถานี Otsuki ขึ้นที่ไหน

จนท.บอกว่าให้ไปขึ้นที่ ช่อง 14 เราก็วิ่งตามเค้าบอก ไปถึง อ้าว นี่มัน yamanote line ที่เราขึ้นรอบเมืองประจำนี่

ไม่ใช่แน่ๆ เเต่เค้าย้ำว่า 14 จริงๆ เลยขึ้นไป ต้องไปต่อรถอีกรึเปล่า ผ่านไปสองสถานี คิดว่าผิดแน่ๆ

 

เลยตัดสินใจลงที่ชิบุยะ  แล้วนั่งกลับมาที่เดิม เริ่มใหม่

คราวนี้ไปถามเจ้าหน้าที่ บอกว่าจะไปสถานี  Ostuki บอกด้วยว่าจะไปฟูจิ

กลัวเค้าได้ยินผิด เพราะสถานีในเมือง มีสถานี Osaki ด้วย

 

พอเดินตามช่องที่เค้าบอก ก็ยังเจอ Yamanote line อยู่ เลยไปถามเจ้าหน้าที่อีกฝั่งนึง

คราวนี้ระหว่างเดินก็มองหาป้ายไปด้วย เจอแล้ว!!!! สาย Azusa นี่แหละที่ต้องการ

การจะไป Otsuki สามารถไปได้สองขบวน คือ Azusa และ Kaiji

 

กว่าจะได้ขึ้นรถจริงๆก็ 10:38 แล้ว เราต้องนั่งตู้ non-reserved

 

ถึงแล้วค่ะ ที่นี่สถานี Otsuki ต้องรีบไปซื้อตั๋วรถไฟ Fujikyu เพราะรถจะออกหลังจาก รถไฟ JR จอดไม่นาน

 

ด้วยความที่คุณป้าสองคนข้างหน้าซื้อตั๋วนานมาก สุดท้ายคุณเจ้าหน้าที่อีกคนเลยเอาตั๋วของมาขายให้ในแถวเลย ^^

 

ระหว่างรอรถไฟเราออก ก็มีอีกขบวนมาเทียบท่า ดูสิ กวนมั้ยล่ะ

 

 

วิ่งไปประมาณครึ่งทาง ก่อนถึงสถานี Kawaguchiko ซึ่งเป็นสถานีเป้าหมายของเรา ก็จะเริ่มเห็นฟูจิซังแล้ว

โชคดีจังเลย ตอนแรกนึกว่าจะไม่ได้เห็นซะแล้ว เพราะดูพยากรณ์มา บอกว่าวันนี้มีเมฆด้วย

 

ถึงแล้วจ้า ต้องไปซื้อตั๋วรถ Retro Bus ก่อนนะ จะได้ไปเที่ยวชมข้างบนได้

ซื้อตั๋วเสร็จก็จะไปซื้อเบนโตะขึ้นไปกินด้วย เพราะนี่บ่ายโมงครึ่งแล้ว ยังไม่ได้กินอะไรกันเลย

แต่พอเข้าไปในสถานี ไม่มีเบนโตะขาย มีแต่ประเภทขนมปัง แล้วก็ร้านราเมงให้นั่ง

 

พอออกมารอรถเท่านั้นเเหละ เห็นจำนวนคนต่อแถวแล้วตกใจ

 

รถคันเล็กนิดเดียว แถมที่นั่งเต็มแล้วห้ามยืนอีกต่างหาก กว่ารถจะมาอีกที ดูตารางแล้ว เราจะได้ขึ้นเกือบบ่ายสาม

ระหว่างยืนคิดว่าจะยังไงต่อดี ก็ได้ยินเสียงพี่คนข้างหน้าพูดกับแฟนว่า

“ไปถามเจ้าหน้าที่แล้ว เราเดินไปได้ ห้านาทีก็ถึง

ถ้ารอรถนี่ไม่ได้ขึ้นแน่ เค้าให้คืนตั๋วได้ ถ้ายังไม่ได้ใช้”

(อย่าๆๆ อย่างง เค้าพูดภาษาไทยค่ะ เราเลยฟังรู้เรื่อง 5555555)

เราเลยถือโอกาสไปกับพี่เค้าด้วยเลย เลยมีเพื่อนร่วมเดินทางเพิ่มอีก 3 คนค่ะ

 

อากาศเย็น ไม่มีแดด เดินสบายๆ ^^

 

 

อันนี้ทะเลสาบ Kawaguchiko ค่า

 

เราขอแยกกับพี่ๆร่วมเดินทางตรงนี้ เพราะว่าเราถ่ายรูปนาน เกรงใจพี่เค้า

 

 

มีคนพาเจ้าชิวาวาน้อยมาด้วย มีอีกตัวอยู่ในกระเป๋า  แอบสงสัยว่ามันไม่หนาวหรอ เราหนาวแทน 5555

 

ร้านน่ารัก แต่เอาไว้ก่อน เที่ยวเสร็จเหลือเวลาค่อยแวะ

 

เข้าคิวรอขึ้นกระเช้าไปชมฟูจิบนภูเขา Tenjo

 

ขึ้นกระเช้ามาแล้วค่า

 

ถึงแล้วค่ะ หิวมาก เลยแอบมาร้านขายขนม

 

นี่คือ Kitkat Fuji Blueberry cheesecake มีขายเฉพาะแถวๆที่เที่ยวฟูจิค่า

 

ให้ดูแบบ panorama ^^

 

สุดท้ายได้ซอฟท์ครีม กับชาเขียวนมร้อนมากิน อร่อย แต่แป๊บเดียวก็ไม่ร้อนแล้ว

 

ที่เห็นนั่นคือ สวนสนุก Fuji-Q Highland ค่า

 

เดินด้านบนทั่วแล้วก็กลับลงมาค่ะ

 

กะว่า 4.8 กิโล เดินชิวๆ แป๊บเดียวก็ถึง แต่ทางที่เดินเป็นทางริมเขาวนไปวนมา

 

ต้องค่อยๆลงด้วย เดี่ยวแหกโค้งได้กลิ้งลงเหว

 

ระหว่างทางลงก็มีจุดชมวิวที่มองเห็นฟูจิได้อยู่

 

ดอก Lily of the Valley น่ารักมาก เหมือนโคมไฟเลย ^^

 

ด้านหลังสถานีนั่นคือฟูจิซังค่ะ แต่โดนเมฆบังเกือบหมดแล้ว

 

เนื่องจากไปดูชิบะซากุระไม่ทันแล้ว เลยตัดสินใจกลับโตเกียว แล้วไปเที่ยววัดเซ็นโซจิแทน

 

 

มาต่อรถที่สถานี Otsuki ค่ะ ไม่รู้ตอนนี้อุณหภูมิเท่าไหร่ รู้แต่ว่าตอนนี้ หนาวที่สุดในทริปเลย

 

รถขบวนนี้เป็นรถสองชั้นค่ะ และนั่งหันหน้าเข้าหากัน

 

นั่งตัวเกร็ง เข่าแทบจะชน

 

ลงรถแว๊ว ที่นี่ Shinjuku ^^ ต้องต่อรถไปสถานี Ueno ก่อน แล้วต่อใต้ดินไป Asakusa

 

รถไฟมาแล้ว!!! วิ่งๆๆๆ เร็วเข้า 555

 

ซื้อตั๋วซับเวย์โดยใช้ตู้อัตโนมัติค่า ตอนแรกงงๆ แต่มีเจ้าหน้าที่คอยช่วย

 

ออกจากสถานี Asakusa มาแล้ว เลี้ยวขวาเลยค่ะ ตอนแรกเราเลี้ยวซ้าย เลยหาไม่เจอ ^^”  

นี่คือถนนนากามิเซะค่า ขายของฝาก ขนม ก่อนถึงวัดเซ็นโซจิ

 

ร้านชาเขียวในตำนาน 5555

ไปดึก ร้านก็เริ่มปิดเกือบหมดแล้ว

 

แต่เหลือร้านขนม age manju อยู่ร้านสุดท้าย เค้ากำลังจะเก็บร้านแล้ว รีบเข้าไปซื้อเลย

อยากชิม เพราะเป็นขนมขึ้นชื่อของที่นี่ด้วย

 

ได้มาสองชิ้นสุดท้ายพอดี ^^

 

จากวัดเซ็นโซจิมองเห็น Tokyo Skytree ด้วย

 

เสี่ยงเซียมซีมาค่า

 

โชคดีที่มีภาษาอังกฤษมาให้ด้วย ^^

 

กลับละน้าา ไปหาของกินกันต่อดีกว่า ในนี้เค้าปิดหมดแล้ว

ไปอ่านเจอว่าแถวนี้มีร้านเทมปุระ น่ากิน~ พร้อมแล้วก็…ลุย!!

 

เดินวนหาร้านอยู่นานนม

 

 

วะฮะฮะ เจอแล้ว ^^

 

ต้องถอดรองเท้าด้วย นึกภาพคนเดินทั้งวันออกมั้ยคะ สงสารคุณป้าที่มารับออเดอร์จัง~

 

เมนูมีภาษาญี่ปุ่น กับภาษาอังกฤษ แต่คุณป้าก็ฟังอังกฤษไม่ออกอยู่ดี ฮ่าๆๆ

กว่าจะได้กิน คุยซะเหนื่อยเลย พี่โต๊ะข้างๆพูดภาษาอังกฤษได้ เลยมาช่วย ^^

 

น่าสงสารเจ้าแชมป์ ชี้มั่ว พอเอามาเสิร์ฟ ได้ข้าวเปล่า ผักดอง กับน้ำซุป คึคึ

 

มีเวลากินแป๊บเดียว เพราะร้านจะปิดแล้วจ้า เป็นลูกค้าโต๊ะสุดท้าย

 

ขอตัวไปกินข้าวก่อนน้าาา

พรุ่งนี้ไปพระราชวังอิมพีเรียล กับฮาราจุกุด้วยกัน ^^

 

ปิดท้ายด้วยวีดีโอ รวมการเที่ยวของวันนี้ค่า