ครึ่งวันที่ Nikko เมืองมรดกโลก

 

เช้านี้เรามีนัดกินข้าวตอน 7-8 โมง ที่โรงแรมตรงถนนฝั่งตรงข้าม เป็นบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า

การกินอาหารที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะยกมาเป็นถาด เมื่อกินเสร็จลูกค้าต้องเป็นคนยกไปเก็บในที่ที่ร้านจัดไว้ให้

บางร้านก็ไม่มีการเสิร์ฟถึงโต๊ะ แต่เรียกลูกค้าไปรับที่เคาน์เตอร์เมื่ออาหารพร้อม

 

อาหารวันนี้นี่ไม่มีเนื้อสัตว์เลยซ๊าาากเมนู

 

 

วันนี้นั่งรถไฟ  Tohoku Shinkansen ไปลงที่ Utsunomiya

 

เรานั่ง Yamabiko 55 นี่แหละ เห็นป้ายแล้วก็เดินตามลูกศรไปเลย

 

ต้องลงไปขึ้นรถที่ชั้นใต้ดิ๊นนใต้ดิน

 

ลงมาก็จะมีป้ายบอกอีกรอบ ว่ารถจอดฝั่งไหน สีเขียวกับแดง บอกว่า จะต้องเข้าแถวไหน ตรงพื้นจะมีคิวเป็นสีติดไว้

 

มาแล้ว แต่ไม่ใช่ขบวนเรา แอบเนียนถ่ายเฉยๆ ฮ่าๆ

 

นี่ฮะขบวนเรา ได้ประสบการณ์ใหม่ ตอนที่ขึ้นรถไฟไม่ได้ แล้วพยายามยัดตัวเองเข้าไป หนูต้องไปรอบนี้ให้ได้ค่า

พอเราขึ้นมาได้แล้ว คนด้านหลังก็โดนคุณเจ้าหน้าที่ของรถไฟยัดเข้ามาอีก อีก อีก และอีก

ถึงจะไม่ได้จับราว แต่ก็ไม่ต้องกลัวว่ารถเบรคแล้วจะล้มเลยอะ เพราะมันแน่นมากจนหาที่ล้มไม่ได้ 55555

 

ยืนๆไป เริ่มเข้าที่เข้าทาง หยิบกล้องขึ้นมาได้ละ

 

ข้างประตูทางขึ้น จะมีราวเตี้ยๆ สลักอักษรเบรลล์ไว้สำหรับคนตาบอดด้วย

 

วิวข้างทาง

 

ด้วยความที่เรายืนอยู่ตรงช่วงต่อระหว่างโบกี้ ทำให้เราไม่ได้ยินเสียงประกาศว่าถึงไหนแล้ว และมองไม่เห็นจอด้วย

เลยกะเวลาตามในหนังสือ ที่บอกว่าจะถึงที่หมายเวลา 50 นาที เราก็นับเวลาไว้เลย พอถึงเวลา. งงว่าทำไมรถไม่จอด วิ่งต่อไปอีกยี่สิบนาที

เอะใจว่าต้องเลยมาแล้วแน่ๆ เลยถามคุณลุงบนรถ สรุปว่าเลยจริงๆ

เราโดดลงสถานี Koriyama แล้วนั่งรถกลับไป ด้วยความที่เป็นรถไฟชินคันเซ็น จึงทำให้เรานั่งเลยออกมาไกลมาก ภายในเวลาแค่ 20 นาที

 

คราวนี้ถามย้ำกับคุณลุงที่บอกให้ลงมา และถามนายสถานีอีกรอบนึง ตอนโดดขึ้นรถพอเห็นจอขึ้นชื่อสถานี พอใช่ก็อุ่นใจละ

 

เย่ ได้นั่งสบายๆละ แต่คนก็ยังเยอะอยู่นะ

 

แว๊บไปถ่ายห้องน้ำมาให้ดู ห้องน้ำบนรถไฟ สะอาดและหรูมาก

 

มาถึงสถานี Utsunomiya แล้ว ด้านข้างมีที่จอดจักรยาน ซึ่งมีขนาดเท่าลานจอดรถยนต์บ้านเรา

ไม่แปลกใจ ทำไมบ้านเมืองเค้าถึงไม่มีควัน รถไม่ติด และอากาศดีขนาดนี้

 

ตอนแรกตั้งใจว่าจะไปกินข้าวเที่ยงที่นิกโก แตตอนนี้เลยเที่ยงมาแล้ว และต้องรอรถไฟเที่ยวต่อไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมง

เห็นว่าทัน ก็เลยกินที่สถานีซะให้เรียบร้อย มีแต่ร้านราเม็ง

ร้านนี้ก็เป็นตู้แบบกดเหมือนในพิพิธภัณฑ์ กดเสร็จแล้วนำบัตรที่ได้ไปยื่นให้ทางร้าน พอทำเสร็จเค้าจะเรียกเราไปยกมาได้

 

ไม่รู้เค้าเรียกอะไรบ้าง กดมามั่วๆ เพราะอยากกินไข่ เห็นรูปไข่ก็กดเลย 5555

 

กินเสร็จก็รีบไปรอรถที่ชานชาลา เพราะรถสายนี้จะมาทุกหนึ่งชั่วโมง เนื่องจากอยู่ในชนบทแล้ว

 

เจ้าหน้าที่ที่คอยควบคุมรถขบวนนี้เป็นผู้หญิง และน่ารักมากๆ เหมือนตุ๊กตาเลย พยายามจะถ่ายรูป แต่ถ่ายไม่ได้ ติดกระจก T^T

 

 Nikko… Nikko desu เสียงประกาศบอกว่าถึงแล้ว

 

ก่อนลงรถเห็นแดดแรงๆ อยู่บนรถก็ร้อน เลยเข้าใจว่าด้านนอกก็ร้อน พอลงมาปุ๊บ อูยยย~~~

 

สถานี Nikko

 

ก่อนจะเลี้ยวไปถนนเส้นใน มีร้านขายขนม เห็นแล้วก็อดไม่ได้ ร้านนี้ขายขนมอาเกะมันจูเจ้าค่ะ (คล้ายๆซาลาเปาทอด)

 

และฉันก็กินไอติมอีกตามเคย ที่นั่นเรียกว่าซอฟท์ครีม  โคนละ 300Y ประมาณ 100 บาท

 

ไปเจอร้านถัดไปมีรสชาเขียว แอบเคือง ทำไมไม่เห็นแต่แรก TT

 

ไปถ่ายกับคิตตี้หน้าร้านเค้า ฮ่าๆ

 

เป็นถนนที่อากาศดีจริง ^^

 

เราไปช่วง Golden week ของเค้าพอดี คนเลยมาเที่ยวเยอะ

 

เจออะไรก็ถ่ายไปเรื่อยเปื่อย~

 

ตู้ไปรษณีย์น่าจะยังใช้อยู่ (รึป่าว??)

 

คุณลุงกำลังจุ่มขนมดังโงะใส่โชยุ ขนมมีแบบเปล่าๆ กับ งาดำ

 

เห็นคนที่เดินผ่านไปถือกิน ดูน่าอร่อย เลยอยากลองบ้าง

 

เจ้าแชมป์จะขโมยของเค้า หนอยแน่!!

 

มีของกินทีไร ยิ้มหวานทู๊กกกที ^^

ลองชิมละ เฮ้ยยยย มันติดปากอะ ติดมากกกอะ ติดฟันด้วยอ๊ะ ดำเชียว ขำมากก

กินอย่างยาก กินเสร็จห้ามยิ้มนะก๊ะ 55555

 

อีกสองวันจะเป็นวันเด็กผู้ชาย บ้านที่มีลูกชายจะแขวนธงปลาคาร์ฟ

บางบ้านก็จะเริ่มแขวนตั้งแต่ช่วง Golden Week นี่แหละ

 

สะพานชินเคียว สัญลักษณ์ของนิกโกะ ได้จดทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วย

ในอดีตได้ใช้เป็นทางสำหรับโชกุนในการขึ้นไปศาลเจ้าโทโชกุ

 

ดังโงะเต็มปาก ฮ่าาา

 

ข้ามสะพานมาก็จะเจอทางขึ้นวัดและศาลเจ้า

พร้อมพาทัวร์แล้ว ตามผมมาเลยคร๊าบบ

 

โอยยย โคตรชอบมุมนี้เลย

 

เสี่ยงเซียมซีเสร็จแล้ว ถ้าได้ใบดีก็ให้เอากลับไปด้วย แต่ถ้าใบไม่ได้ให้ผูกต้นไม้ไว้

 

เจื่อนได้อีก ^^”

 

 

Gojūnotō เจดีย์ 5 ชั้น

ดันมีเต้นท์ขาวๆมาตั้งด้านหน้า ถ่ายรูปแล้วติดเข้าเฟรมมาไม่สวยเลย พยายามจะยืนบัง ฮ่าๆ

 

Omotemon Gate (ประตูหน้า) ของศาลเจ้าโทโชกุ

 

แค่ไดฟุกุ คิดหรอว่าเราจะซื้อ

 

คุณคิดถูกแล้ว  ซื้อฮะ ><~

 

นี่ก็ใบเซียมซีที่ไม่ดีเหมือนกัน ผูกฝากไว้ที่วัดเนี่ยแหละ

 

ยังมีซากุระให้เห็นอยู่ประปราย

 

ฟ้าครึ้มมาแล้วจ้า เราต้องรีบลงไปอย่างด่วนเลย

เพราะเราอยู่บนเขา ถ้าฝนตกนี่ไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ หนะ หนะ หนาวววว

แล้วตอนนี้คนก็หายไปหมดแล้ว เหลือพวกเราอยู่ไม่กี่คน

 

วิ่งไปถ่ายรูปไป ฮ่าๆ ไม่กล้าวิ่งเร็ว เดี๋ยวได้กลิ้งลงไป ><“

 

ถึงข้างล่างละ รูปจุ๊กจิ๊กๆ ถ่ายโดยเจ่เจ๊ค่ะ เธอจะแวะถ่ายรูปตลอดทาง เรากับแชมป์จะเดินเร็วๆตั้งแต่แรกไปเรื่อยๆ

แต่พอถึงตอนท้าย เธอก็จะวิ่งแบบไฮสปีดแซงเราไปเลย

 

นี่ไงหลักฐาน วิ่งไปนู่นละ

อีกเหตุผลที่รีบคือ เรากลัวตกรถค่ะ ไม่ได้ดูตารางรถไฟไว้ ว่ารอบสุดท้ายมีถึงกี่โมง ที่นี่อยู่นอกเมือง ไม่ได้มีรถถึงค่ำๆแน่

วิ่งใหญ่เลยค่ะทีนี้ อากาศก็หนาว วิ่งนิดเดียวแสบจมูก หอบกันเป็นแถว

 

แฮกๆๆๆ พักแป๊บบบบบ

 

พิม!! ไหวมั้ยเธ๊ออ!!

 

เราข้ามถนนไปอีกฝั่งนึงแล้ว รีบ ไม่ได้มอง พอหันมาอีกที คนอื่นเค้าไปอีกทาง

 

แฮกๆๆ ถึงแล้วค่ะท่านผู้ชม วิ่งมาปุ๊บโดดขึ้นรถเลย

บ๊ายบายนิกโก รอบหน้าจะมาซ่อมแน่นอน เวลาไม่พอจริงๆ ไม่ได้ดูด้านในอีกตั้งเยอะ สวยๆทั้งนั้น

 

เราต้องนั่งรถกลับมาที่สถานี Utsunomiya เพื่อต่อชินคันเซ็นเข้าไปโตเกียวค่ะ

อากาศหนาวจริงๆ ตามสถานีเค้ามีห้องกระจกไว้ให้รอรถด้วยค่ะ

 

ขึ้นรถมาปุ๊บอุ่นเลย รอบนี้คนโล่งมากๆ สงสัยมืด เค้ากลับกันหมดแล้ว

เย็นนี้เราตั้งใจไปที่ Ueno ค่ะ ไปทานมื้อเย็นที่ตลาดอะเมะโยโกะ

แล้วก็ซื้อของฝาก เพื่อนฝากซื้อคิทแคทชาเขียว ขนม กับเครื่องสำอางค์

รถขบวนนี้จอดที่ Ueno ด้วย เราจึงไม่ต้องต่อรถอีก

 

ออกจากสถานีอุเอโนะมา ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม ก็เข้าซอยเริ่มเดินกัน

ตลาดอะเมะโยโกะปิดประมาณ 2 ทุ่มค่ะ แต่ที่ตึก Takeya หรือที่ที่เราจะไปซื้อขนม ปิดสองทุ่มครึ่ง

ตอนนี้ทุ่มครึ่งแล้ว เรามีเวลาหาร้าน และกินถึงสองทุ่ม

 

ยัง ยัง ยังไม่รู้ตัวว่าเดินผิดเส้น

 

เริ่มละ ร้านปาจิงโกะมาก่อนเลย ไม่ได้เอะใจอะไร

 

เดินๆไปเจอแต่ร้านเบียร์ แล้วก็คนสูบบุหรี่

ดูสิ คนเพียบเลย

 

เลยย้ายมาเดินอีกเส้นที่ขายเสื้อผ้ารองเท้าแทน

เดินอ้อมไปอ้อมมา สุดท้าย เดินกลับมาตั้งต้นใหม่ ค่อยๆไล่แผนที่

 

เจอแล้ว ตลาดอเมะโยโกะ ไม่ได้หายากเย็นเลย ออกจากสถานี ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม เลี้ยวขวาไปก็เจอแล้ว

 

ตามล่าหาของกิน เจ่เจ๊เดินผ่านร้านของกินเกิน 20 ร้านได้ ไม่แม้แต่จะหยุดดู ถึงแม้ว่าจะรีบมากก็ตาม

เพราะเป้าหมายของเธอวันนี้คือ ซูชิค่ะ

สุดท้ายหาร้านที่ต้องการไม่เจอ ใกล้สองทุ่ม ร้านก็ปิดกันแล้ว

เลยไปซื้อของฝากที่ทาเคยะก่อน ระหว่างทางเดินไปก็พบร้านซูชิ

ดูเวลาร้านปิด ห้าทุ่ม โอเค ร้านนี้แหละ เล็งไว้ เดี๋ยวเจอกัน

 

ระหว่างเดินเลือกของไม่ได้ถ่ายรูปมาค่า รีบๆ วิ่งๆ ^^”

 

ถึงแล้วค่า ร้านซูชิ เป็นร้านแบบสายพาน อยากกินอะไรสั่งได้ หรือจะเลือกแบบเป็นชุดก็มี

โดยจะคิดราคาจากสีของจานค่ะ เหมือนบ้านเราแหละ

 

 

นี่ของเจ้าแชมป์ มายกเดียวจบ

 

ทางร้านจะมีผงมัทชะให้ใส่เองค่ะ แล้วก็มีก๊อกน้ำร้อนให้ ชงเองตามสบาย ^^

 

อร่อยๆๆๆ ที่จริงอร่อยทุกอันแหละ มัวแต่กิน เลยไม่ได้ถ่าย 5555

 

คุณลุงเชฟเป็นคนทำให้เรา อยากกินไรก็เปิดรูปในมือถือให้ดู ถ้าได้ศัพท์ก็บอกเป็นคำสั้นๆไป

 

อร่อยยกนิ้ว ^^  ขอกินก่อนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พบกันใหม่

 

Video ของการเที่ยววันที่ 3 ^^